ประสบการณ์เฉียดตาย !! ดาบสองคมติด"สัญญาณกันขโมยในรถ"วันที่ 21 พฤษภาคม
นำเข้าเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2555 โดย pop
อ่าน [48586]  

ประสบการณ์เฉียดตาย !! ดาบสองคมติด"สัญญาณกันขโมยในรถ"วันที่ 21 พฤษภาคม .....

ประสบการณ์เฉียดตาย !! ดาบสองคมติด"สัญญาณกันขโมยในรถ"




 

รายงานข่าวจากโลกออนไลน์ได้มีการส่งเมลล์เกี่ยวกับประสบการณ์เฉียดตายของชายหนุ่มคนหนึ่งจากการติดตั้งสัญญาณกันขโมยในรถยนต์ที่น่าสนใจและเตือนสติของรายคนได้เป็นอย่างดีว่า เมื่อเวลาประมาณ  11.00 น.  เป็นวันที่ผมมิอาจลืมได้ ในชีวิตนี้  ผมได้ขับรถขึ้นทางด่วนพิเศษจาก ถนนจันทน์  มุ่งหน้าไปถนนแจ้งวัฒนะ  เพื่อที่จะไปทำบุญบริจาคสิ่งของ ที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท ติด ถ.แจ้งวัฒนะ- ปากเกร็ด

 

ขณะขับรถไปได้ประมาณ 20 นาที และมองไปที่คันเร่ง เห็นหน้าจอ ที่  140 กม.ผมก็ได้ถอนคันเร่งและแตะเบรก 2  ครั้งเพื่อลดความเร็ว แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมได้ลองใหม่อีก  3 ครั้ง  คราวนี้กระชากเบรกมือด้วยอีก 2 ครั้ง  เบรกเท้าอีกก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง ความเร็วอยู่ที่ 130 กม/ชม.  ผมได้พยายามกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทที่นัดแนะไปทำบุญด้วยกัน เพื่อนแนะให้ลดเกียร์ จาก  D เป็น 2 และ L  ความเร็วลดจาก 130/ชม. เป็น 120- 110 ซึ่งลดลงได้เพียงเท่านี้

 

ความพยายามในการชะลอรถมากกว่า 10 นาที และลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง ไม่มีผลเลย  ผมคิดว่าคงอาจจบชีวิตบนการทางพิเศษแล้ว


เพื่อนได้แนะอีกครั้ง  และสมาธิเริ่มรวบรวมความพยายามประมาณครั้งที่  7 โยกเกียร์มาที่ช่อง N เป็นเกียร์ว่างแล้วดับเครื่อง 

 

คราวนี้รถได้ชะลอความเร็วลงมาก  ผมได้ประคองขับรถต่อไปอีกประมาณ 5 กม.. กว่ารถจะหยุดได้  ซึ่งผมก็สามารถหยุดชิดขอบทางได้ เหมือนรอดตายพ้นนรก  ผมรีบโทรบอกที่บ้านเพราะตอนแรกนึกว่าคงไม่ได้โทรสั่งเสียหรือสั่งลา  ผมได้เดินอีกประมาณ 100 เมตรไปบอกเจ้าหน้าที่เก็บเงินที่  ด่านเก็บเงินใกล้แจ้งวัฒนะเพื่อขอความช่วยเหลือ รอประ มาณ 10 นาที ก็มาช่วย ผลปรากฏว่าสาเหตุที่คันเร่งค้าง  เพราะกล่องสัญญาณกันขโมยซึ่งหนักประมาณเกือบครึ่งกิโลไปทับอยู่ที่ก้านของคันเร่งและเกิดการล็อคขึ้น

 

ได้สอบถามกับอู่รถแล้ว อู่แจ้งว่า  มีโอกาสเป็นไปได้ที่คันเร่งค้างจากสาเหตุดังกล่าว  เนื่องจากกล่องสัญญาณกันขโมยจะติดตั้งอยู่เหนือคันเร่งติดตัวถังรถสิ่งที่ควรกระทำคือ  ตั้งสติแล้วโยกเกียร์มาที่ช่อง N เป็นเกียร์ว่าง  จากนั้นปิดสวิทช์กุญแจดับเครื่องยนต์และเปิดไฟฉุกเฉิน  รถก็ยังวิ่งอยู่แล้วค่อย ๆ เหยียบเบรคเป็นระยะ ๆ  ความเร็วรถจะค่อยลดลง  จนสามารถจอดรถได้ การปิดสวิทช์กูญแจรถยนต์ดับเครื่องเลยในขณะที่เกียร์รถไม่อยู่ที่ N รถก็ยังวิ่งอยู่เครื่องยนต์และระบบเกียร์จะเสียหายมากกว่าที่อยู่ช่อง N ครับ ขอเพิ่มเติมให้อีกหน่อยครับ  ถ้าวิธีนี้ใช้ได้จริง ดับเครื่องเฉย ๆ นะครับ  อย่าดึงกุญแจออกจากรูกุญแจ  เดี๋ยวพวงมาลัยล็อค จะยิ่งแย่เข้าไปอีก  เพราะถ้าดับเครื่องโดยที่กุญแจยังเสียบอยู่  เรายังบังคับเลี้ยวได้พวงมาลัยจะไม่ล็อค เราจะเปลี่ยนเลนเพื่อหลบรถคันหน้าได้

ประสบการณ์เฉียดตาย !! ดาบสองคมติด"สัญญาณกันขโมยในรถ"วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2555 รายงานข่าวจากโลกออนไลน์ได้มีการส่งเมลล์เกี่ยวกับประสบการณ์เฉียดตายของชายหนุ่มคนหนึ่งจากการติดตั้งสัญญาณกันขโมยในรถยนต์ที่น่าสนใจและเตือนสติของรายคนได้เป็นอย่างดีว่า เมื่อเวลาประมาณ  11.00 น.  เป็นวันที่ผมมิอาจลืมได้ ในชีวิตนี้  ผมได้ขับรถขึ้นทางด่วนพิเศษจาก ถนนจันทน์  มุ่งหน้าไปถนนแจ้งวัฒนะ  เพื่อที่จะไปทำบุญบริจาคสิ่งของ ที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท ติด ถ.แจ้งวัฒนะ- ปากเกร็ด

ขณะขับรถไปได้ประมาณ 20 นาที และมองไปที่คันเร่ง เห็นหน้าจอ ที่  140 กม.ผมก็ได้ถอนคันเร่งและแตะเบรก 2  ครั้งเพื่อลดความเร็ว แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมได้ลองใหม่อีก  3 ครั้ง  คราวนี้กระชากเบรกมือด้วยอีก 2 ครั้ง  เบรกเท้าอีกก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง ความเร็วอยู่ที่ 130 กม/ชม.  ผมได้พยายามกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทที่นัดแนะไปทำบุญด้วยกัน เพื่อนแนะให้ลดเกียร์ จาก  D เป็น 2 และ L  ความเร็วลดจาก 130/ชม. เป็น 120- 110 ซึ่งลดลงได้เพียงเท่านี้

 

ความพยายามในการชะลอรถมากกว่า 10 นาที และลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง ไม่มีผลเลย  ผมคิดว่าคงอาจจบชีวิตบนการทางพิเศษแล้ว


เพื่อนได้แนะอีกครั้ง  และสมาธิเริ่มรวบรวมความพยายามประมาณครั้งที่  7 โยกเกียร์มาที่ช่อง N เป็นเกียร์ว่างแล้วดับเครื่อง

 

คราวนี้รถได้ชะลอความเร็วลงมาก  ผมได้ประคองขับรถต่อไปอีกประมาณ 5 กม.. กว่ารถจะหยุดได้  ซึ่งผมก็สามารถหยุดชิดขอบทางได้ เหมือนรอดตายพ้นนรก  ผมรีบโทรบอกที่บ้านเพราะตอนแรกนึกว่าคงไม่ได้โทรสั่งเสียหรือสั่งลา  ผมได้เดินอีกประมาณ 100 เมตรไปบอกเจ้าหน้าที่เก็บเงินที่  ด่านเก็บเงินใกล้แจ้งวัฒนะเพื่อขอความช่วยเหลือ รอประ มาณ 10 นาที ก็มาช่วย ผลปรากฏว่าสาเหตุที่คันเร่งค้าง  เพราะกล่องสัญญาณกันขโมยซึ่งหนักประมาณเกือบครึ่งกิโลไปทับอยู่ที่ก้านของคันเร่งและเกิดการล็อคขึ้น

 

ได้สอบถามกับอู่รถแล้ว อู่แจ้งว่า  มีโอกาสเป็นไปได้ที่คันเร่งค้างจากสาเหตุดังกล่าว  เนื่องจากกล่องสัญญาณกันขโมยจะติดตั้งอยู่เหนือคันเร่งติดตัวถังรถสิ่งที่ควรกระทำคือ  ตั้งสติแล้วโยกเกียร์มาที่ช่อง N เป็นเกียร์ว่าง  จากนั้นปิดสวิทช์กุญแจดับเครื่องยนต์และเปิดไฟฉุกเฉิน  รถก็ยังวิ่งอยู่แล้วค่อย ๆ เหยียบเบรคเป็นระยะ ๆ  ความเร็วรถจะค่อยลดลง  จนสามารถจอดรถได้ การปิดสวิทช์กูญแจรถยนต์ดับเครื่องเลยในขณะที่เกียร์รถไม่อยู่ที่ N รถก็ยังวิ่งอยู่เครื่องยนต์และระบบเกียร์จะเสียหายมากกว่าที่อยู่ช่อง N ครับ ขอเพิ่มเติมให้อีกหน่อยครับ  ถ้าวิธีนี้ใช้ได้จริง ดับเครื่องเฉย ๆ นะครับ  อย่าดึงกุญแจออกจากรูกุญแจ  เดี๋ยวพวงมาลัยล็อค จะยิ่งแย่เข้าไปอีก  เพราะถ้าดับเครื่องโดยที่กุญแจยังเสียบอยู่  เรายังบังคับเลี้ยวได้พวงมาลัยจะไม่ล็อค เราจะเปลี่ยนเลนเพื่อหลบรถคันหน้าได้

 
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้