หมดยุคเจียดเน็ตขาย - 1001
นำเข้าเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2555 โดย julaju
อ่าน [46822]  

หมดยุคเจียดเน็ตขาย - 1001 .....

หมดยุคเจียดเน็ตขาย - 1001

ตอนนี้มีปรากฏการณ์ใหม่เกิดขึ้นในวงการมือถือคือ “บิลช็อก” คนมีสมาร์ทโฟน หรือโทรศัพท์อัตโนมัติ หากใช้เน็ตส่งรับข้อมูลแล้วไม่ระวังทำ “เน็ตรั่ว” คือเผลอเปิดเน็ตไว้แล้วโดนเครื่องมือถือสมัยใหม่ที่คุยเน็ตเจ๊าะแจ๊ะเองอยู่ตลอดหรือโดนเก็บค่าใช้งานตามเวลา ก็อาจโดนบิลเรียกเก็บปลายเดือนเป็นเรือนหมื่น หรืออย่างคนที่ไปต่างประเทศก็อาจถึงหลักแสนได้

สภาพการนี้เกิดจากระบบการคิด “ค่าผ่านทาง” ของวงการโทรคมนาคมซึ่งใช้หลักแบ่ง ๆ กันใช้ เรียกเก็บตามเวลาการใช้งานของการโทรศัพท์พูดคุยกันในยุคที่สายโทรศัพท์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ยังมีอย่างจำกัดและราคาแพง เมื่อเวลาผ่านไปการพูดคุยที่เคยต้องจองใช้สายทั้งเส้นก็เปลี่ยนมาเป็นเส้นเดียวหลายคู่ของการสนทนาและขยับมาเป็นการส่งข้อมูลที่มีปริมาณสูงกว่าการใช้สายส่งเสียงพูดคุยแต่เพียงอย่างเดียว

กระนั้นแนวคิดในการเก็บค่าบริการของวงการโทรคมนาคมยังคงเป็นแบบ “ของมีจำกัด แบ่ง ๆ กันใช้” ซึ่งแปลงออกมาเป็น “คิดค่าใช้จ่ายตามเวลาที่พูด หรือตามปริมาณข้อมูลที่ส่ง”

การคิดค่าบริการแบบนี้นับว่าโบราณไปมากสำหรับความก้าวหน้าด้านการสื่อสารและไอทีที่มีพัฒนาการอย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด ทุกอย่างจะเร็วขึ้น มากขึ้น แรงขึ้น ถูกลงเป็นเท่าตัวทุกปีหรือสองปี สายโทรศัพท์เส้นเดียวที่เคยส่งการสนทนาได้เพียงคู่เดียวก็กลายเป็นหลายสิบคู่ ที่เคยส่งข้อมูลได้ระดับร้อยสองร้อยตัวอักษรต่อวินาทีก็กลายเป็นล้านตัวอักษรต่อวินาที

ตัวอย่างง่าย ๆ คือผู้เขียนเดินทางไปประชุมที่ประเทศแถวยุโรปเมื่อเดือนก่อน ค่าโทรฯ ทางไกลกลับไทยนาทีละ 160 บาท ค่ารับสายนาทีละ 44 บาท (สายเข้าไม่รับก็คิด) ค่าส่ง sms ข้อความละ 11 บาท ผู้เขียนเลยปรับเป็น airplane mode คือเหมือนอยู่ในเครื่องบินที่ตัดการใช้งานระบบโทรศัพท์ไร้สายทั้งหมดรวมถึงการใช้เน็ตด้วยแต่ยังสามารถใช้ไวไฟ (wifi) คือเน็ตแบบไร้สายที่เราใช้กันตามร้านกาแฟในศูนย์การค้านั่นแหละครับ

ไปถึงที่โน่นก็อาศัยไวไฟของ โรงแรมบ้าง ของศูนย์ประชุมบ้างพอแก้ขัดส่งข้อความและรูปภาพทิวทัศน์กลับเมืองไทยได้บ้าง

ก็ส่งรูปกลับมาให้ทางบ้านดูเกือบร้อยรูป ไม่เสียเงินแม้แต่แดงเดียว

แต่มีอยู่วันหนึ่งนั่งรถไฟไปอีกเมือง ไม่มีไวไฟให้ใช้ อดรนทนไม่ได้จึงตัดใจส่ง sms กลับบ้าน “กำลังเดินทางอยู่บนรถไฟ” เสียไป 11 บาท แต่อดหยอดต่อไม่ได้ว่า “คิดถึงทุกคนที่บ้านนะ”
       
กลายเป็นยี่สิบสองบาท

มานั่งคำนวณว่ารูปทั้งร้อยที่ส่งกลับมาเมืองไทยนั้นหากต้องเจออัตราค่าใช้เน็ตผ่านมือถือ ซึ่งคิดไว้ 50 สตางค์ต่อ 1 KB แต่ละรูปตก 1 MB หรือในราว 1,000 KB ก็ 500 บาท ส่งมาร้อยรูปก็ตก 50,000 บาท

ขนหัวลุกครับ

ตอนนี้ที่บ้านติดเน็ตผ่านสายโทรศัพท์ความเร็วหกเม็ก ตกเดือนละ 630 บาท ร้อยรูปที่ส่งจะใช้เวลาราว 100 วินาทีหรือราวสองนาที ผมเสียค่าเน็ตวันละ 21 บาทตกชั่วโมงละไม่ถึงบาทหรือนาทีละสองสตางค์ ร้อยรูปคร่าว ๆ ออกมาก็สี่สตางค์ ไม่ว่าจะส่งไปที่ไหนในโลก

สี่สตางค์เทียบกับห้าหมื่นบาท

วงการไอทีนั้นหากเปรียบได้เป็นคนยุคใหม่ วงการโทรคมนาคมก็เปรียบได้กับยุคจูราสสิคไปโน่นเลยแหละครับ ผมว่าน่าจะปรับขบวนกันได้สักทีนะ ดูแล้วน่าเกลียดจัง.

ดร.ยรรยง เต็งอำนวย    

ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

คณะวิศวกรรมศาสตร์     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อีเมล Yunyong.T@Chula.ac.th

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้