ผมไม่ได้กลัวความตาย แต่กลัวชีวิตหลังความตาย
นำเข้าเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2555 โดย ทุกศาสนาสอนให้ทำดี
อ่าน [48956]  

ผมไม่ได้กลัวความตาย แต่กลัวชีวิตหลังความตาย .....

ผมไม่ได้กลัวความตาย แต่กลัวชีวิตหลังความตาย
 ขณะที่ผมเขียนเรื่องนี้ ตัวผมเองกำลังทำรายงานเกี่ยวกับศาสนาอิสลามอยู่...

แต่ไหงจู่ๆมาคิดถึงพุทธได้ก็ไม่ทราบ

อาจจะเรียกว่าอารมณ์อยากเขียน เพราะหาทางระบายอารมณ์เล่น หลังจากนั่งตันศาสนาอิสลามมาหลายชั่วโมงแล้ว (ศาสนาเขานี่คำสอนเยอะและละเอียดมากๆ จะวางแต่เนื้อๆในPaper 2 หน้านี่ ต้องกรองแล้วกรองอีก)

เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

วันนี้ไม่ทราบนึกอย่างไรขึ้นมา ตั้งชื่อไว้ใน MSN ว่า ผมไม่ได้กลัวความตาย แต่กลัวชีวิตหลังความตาย ว่าจะไปตก ณ ภพภูมิใด

เราจะมาพูดกันถึงเรื่องนี้แหละครับ

บอกให้เข้าใจกันไว้ก่อนว่าผมไม่ได้มาเทศนาสั่งสอน แต่ถือซะว่ามาเสนอธรรมะในศาสนาพุทธเรื่องหนึ่งก็แล้วกัน ถ้าเชื่อเรื่องเวรกรรมและการเวียนว่ายตายเกิด เรื่องนี้อาจจะทำให้คุณกลัวขึ้นมาได้ แต่ถ้าไม่เชือ เรื่องนี้ก็เป็นทัศนะหนึ่งของศาสนาพุทธเท่านั้น

แต่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ผมก็ไม่ได้มองว่าผิดหรือถูกหรอกครับ
ศาสนาพุทธของเราเชื่อในเรื่องของเวรกรรม และการเวียนว่ายตายเกิด

วงจรของการเวียนว่ายตายเกิดนี้ พวกเรารู้จักกันดีว่า สังสารวัฏ ภาษาพุทธปรัชญาเรียกว่า วงจรปฏิจจสมุปบาท เป็นหนึ่งในสมุทัย หรือเหตุแห่งทุกข์

ผมจะพูดให้เข้าใจง่ายๆว่า วงจรสังสารวัฏเป็นทุกข์ ก็เพราะมันวนเวียนอยู่อย่างนี้ เกิดแล้วเกิดอีก เกิดมาต้องเจอกับอะไรบ้าง เราๆเองก็มีประสบการณ์ต่างกัน แต่ถามกันตรงๆว่าใครเกิดมาไม่เคยทุกข์บ้าง ก็เห็นจะไม่มี

นี่คือสาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงหาทางพ้นทุกข์ หรือก็คือพ้นสังสารวัฏไงครับ เราเรียกทางนั้นว่า นิพพาน ก็คือไม่กลับมาเกิดอีก เมื่อไม่กลับมาเกิดอีกก็ไม่เป็นทุกข์ เข้าใจง่ายๆแค่นี้ก่อนนะครับ

นี่คือสาเหตุที่ผมกลัวชีวิตหลังความตาย และไม่กลัวความตาย

ความตายมีอะไรน่ากลัวหรือ? ก็น่ากลัวจริงๆในทรรศนะหนึ่งสำหรับคนที่เคยเฉียดความตายมาแล้ว แม้แต่ผมก็ด้วย ครับ ผมเคยบอกตนเองว่าไม่กลัวตาย แต่ผมก็กลัวเมื่อต้องรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย ประสบการณ์นี้ขอปิดไว้เป็นความลับดีกว่า เพราะมันคงจะไม่ใช่ประเด็นสักเท่าไร

แต่ถ้ามานั่งพิจารณาความเป็นจริงแล้ว ที่เรากลัวตายก็เพราะเรากลัวที่จะสูญสิ่งที่เรามีในชีวิตนี้ไป กลัวสูญเสียพ่อแม่ กลัวไม่ได้เจอกับคนที่เคยเจอ กลัวเพราะยังมีห่วงมากมาย ทั้งเรื่องงาน ความรัก บลาๆๆ สารพัดครับ - -"

ดังนั้น เรามองได้สองแบบเกี่ยวกับชีวิตเพื่อลดความกลัวตายลง มองแบบทางโลก ก็คือ เราเกิดมาแล้ว ไอ้ที่เราสะสมมา มันก็ไม่จีรังยั่งยืน พ่อแม้พี่น้อง ทุกอย่างในชีวิตทื่เรารัก จริงๆเราก็เคยพบกันมาแล้วทั้งนั้น (คือทำกรรมไว้ด้วยกัน เราถึงมาเจอกันในชาตินี้) ถ้าจะจากไปเร็วกว่าพวกเขา ก็จะทำไม ชาติหน้าก็ยังต้องเจออีกอยู่ดี เพราะงั้นม่ายต้องกลัว คิดแบบนี้คิดง่ายๆให้ความหวังตัวเองว่าไม่ได้จากไปไหนไกลนักหรอก แต่มันจะไม่ทำให้เราหลุดพ้นสักเท่าไรนะครับ เพราะยังมีการยึดติดชาติภพอยู่

กับอีกแบบ คิดแบบธรรมะ คือ ร่างกายนี้เรามาอาศัยชั่วคราว เดี๋ยวเราทิ้งไป เราก็ไปสู่ร่างใหม่ ก็แค่นั้นเองวนเวียนไปมากี่ชาติแล้ว ตายไม่รู้กี่ทีแล้ว ตายอีกก็แค่ข้ามไปภพใหม่เอง ข้าวของเงินทอง ทุกอย่างที่เรามี เราก็แค่สร้างมันไว้เราไม่ไปจากมัน มันก็ต้องไปจากเรา (ผุพัง สูญสลาย) วันยันค่ำ จะไปติดใจอะไรกับมันมาก มันเป็นแค่เปลือกเท่านั้น

แบบนี้ความกลัวตายจะลดลงบ้าง แต่นั่นก็ขึ้นกับว่า เมื่อถึงเวลาตายจริงๆจะคิดได้แบบนี้ไหมน่ะนะ

แล้วทำไมชีวิตหลังความตายถึงน่ากลัวกว่าความตาย?

ผมไม่ตอบคำถามตรงๆ แต่ฟังผมพูดไปเรื่อยๆนะครับ

ชีวิตหลังความตายที่ผมหมายถึง คือหลังจากเราตายแล้ว เราจะไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง(จริงๆเขาเรียกว่าไปเกิด แต่คำว่าไปเกิดนี่เราชอบคิดแต่เฉพาะมาเกิดเป็นมนุษย์ใช่ไหม?)

ไอ้ที่ๆเราจะไปเกิดหรือนี่เราเรียกกันว่า ภพภูมิ พุทธศาสนามีภพภูมิไว้ทั้งหมด 31 ภพภูมิ แบ่งให้เข้าใจง่ายๆตามหลักผมเองได้ 8 ภูมิ ดังนี้

ภูมิต่ำ (อบายภูมิ) มี 4 คือ
1. นรก (ก็คือไปเกิดเป็นสัตว์นรก ไปโดนต้มในกะทะ ไปปีนต้นงิ้ว โบกมือบ๊ายบายให้ยมบาลเล่น)
2. เปรต (ตัวสูงเท่าดิ เอ็มโพเรียม ปากเท่ารูเข็ม มือเท่าบ้าน แล้วแต่ว่าทำกรรมอะไรไว้ ร้องหวีดหวิวคล้ายๆสาวๆแถวเซ็นเตอร์พ้อยยามดูคอนเสิร์ตดารา อาหารหลักคือปฏิกูลเช่นน้ำลายคนและอาจม) อ้อ เปรตนี่รวมพวกที่เราเรียกว่า "ผี" ด้วยนะครับ
3. อสุรกาย (ไม่ค่อยรู้จัก แต่ว่ากันว่าตัวใหญ่ๆ ดำทะมึน หน้าตาน่ากลัวเหลือร้าย ดุกว่าเปรตสิบเท่า)
4. เดรัจฉาน (ที่เราชอบด่ากันแหละครับ อ้ายสาดเอ๊ย อ้ายหน้าหมา อ้ายฟาย ไรเงี้ย)

ภูมิปกติ มีอันเดียว คือมนุษย์ ก็คือพวกเรา :3 (ใครไม่ใช่มนุษย์แล้วมานั่งอ่าน บอกผมด้วย ผมจะได้โกย)

ภูมิสูง (สุขคติภูมิ) มี 3 คือ
1. เทวดา (เทวดาจริงๆจะแบ่งย่อยอีกเยอะแยะ แต่ผมไม่อธิบายเพราะมันจะลึกไป)
2. รูปพรหม (คือพรหมที่ยังมีรูปกายอยู่ สูงกว่าเทวดาขึ้นมาหน่อย)
3. อรูปพรหม (พรหมที่ไม่มีรูป ไม่มีอะไรเลย มีแต่จิตวิ้งๆอย่างเดียว สุขสบายในความว่าง จัดเป็นที่สุดของภพภูมิ)

นิพพานไม่จัดเป็นภพภูมิ ใครมีคอนเซ็ปในหัวว่านิพพานเป็นหนึ่งในภูมิที่เราจะไปเกิดนี่เลิกคิดได้แล้ว นิพพานไม่ใช่อะไรทั้งสิ้นเพราะเป็นอนัตตา คือสิ่งที่ไม่มีตัวตนครับ

เอาล่ะ รู้จักภพภูมิแล้ว ผมก็จะบอกให้ฟังว่า ชีวิตเรานี้ ตราบเท่าที่วนเวียนในสังสารวัฏ(ตราบเท่าที่ยังไม่ถึงนิพพาน) คุณก็จะแรนด้อมในภพภูมิเหล่านี้แหละ โดยปัจจัยของการแรนด้อมก็คือ กรรมของคุณ เข้าใจยากไหม.. ง่ายๆนะครับ เวลาคุณเล่นเกมแล้วมันแรนด้อม ไอ้ที่ทำให้มันแรนด้อมคือคอมพิวเตอร์ที่โปรแกรมไว้ใช่ไหม อันนี้ก็เหมือนกัน มันแรนด้อมเพราะกรรมคุณ

กรรมคุณ= สิ่งที่คุณทำไว้

ถ้าทำบาปมาก บาปหนักอึ้ง มันก็จะดึงเราไปที่ภูมิต่ำ แต่จะต่ำแบบไหน จะไปปีนต้นงิ้วบ๊ายบายให้ยมบาล หรือจะไปคลานดึบๆเป็นหนอนในส้วม มันก็จะมีปัจจัยของกรรมอีกเยอะแยะ

ถ้าทำดีไว้ สะสมบุญมาก ก็จะไปเป็นเทวดา มีวิมาน มีเทวดาหล่อๆเปลือยอกมาจีบเรา หรือมีนางฟ้าสาวโนบรามาอุอ๊าง อิ่มทิพย์แทนการสั่งพิซซ่า ชีวิตสุขสบาย

ถ้าฝึกสมาธิไว้มาก จิตรับรู้ความว่างได้ถึงระดับนึง ก็จะไปเป็นพรหม (ใครอยากเป็นพรหมไปฝึกสมถกรรมฐานเยอะๆนะครับ)

ถ้าสะสมไว้สารพัด หรือตามแรงกรรมที่ผมเองก็ไม่อาจมีปัญญาเข้าถึงได้ ก็จะมาเกิดเป็นมนุษย์ กรรมชั่วมาก ก็เกิดเป็นคนลำบาก นิสัยไม่ดี ขี้โรค พูดง่ายๆ ไม่มีอะไรดีสักอย่าง ถ้ากรรมดีมาก ก็เกิดมาสบาย มีเงินใช้ แต่คนเราทำกรรมดีกรรมชั่วปะปนเปกันเยอะใช่ไหมครับ เราเลยเกิดมากันมีทั้งสุขทุกข์ในชีวิตเดียว

เรื่องของเรื่องมันอยู่ตรงที่ว่า เราไม่รู้นี่ว่าเราทำกรรมดีไว้เท่าไร ทำกรรมชั่วไว้เท่าไร ไหนจะชาติที่แล้ว ใคร๊จะจำได้ว่าเราดีไว้มากไหม ชั่วไว้มากไหม ถ้าสมมติเกิดมันทบต้นทบดอกกันแล้วปรากฏว่าแรงกรรมมันชั่วเยอะแล้วทำการแรนด้อมเราไปอยู่ในนรกเราจะทำไงอ่ะ =[]= ไม่สนุกนะ ไปว่ายน้ำเดือดปุดๆในกะทะทองแดงเนี่ย

หรือถ้าเกิดเราไปเกิดเป็นยุงงี้ หิวมา บินมาดูดเลือด โดนตบ เพี๊ยะ! ตาย~ อะไรจะชีวิตสั้นขนาดนั้นเนอะ เอเมน

เกิดเป็นเปรต โอ้โน้วว เราต้องมาเอามือเท่าใบลานกอบน้ำลายที่เขาถ่มไว้เข้าปากที่เล็กเท่ารูเข็มเรอะ? เราต้องร้องหวีดหวิวให้ชาวบ้านช่วยทำบุญทำทานไปให้เหรอ?

ถ้ามันเกิดภพดีก็ดีไป แต่ใครจะรู้ล่ะจริงไหม คุณจะรู้ได้ไงว่าคุณทำดีเพียงพอแล้วจริงๆ

เข้าใจหรือยังครับ กับคำว่า ผมกลัวชีวิตหลังความตายมากกว่า มากกว่าความตาย

ตายก็แค่ม่องเท่ง แต่ชีวิตหลังจากนั้นสิ..

อ่ะ สมมติๆ คุณเกิดเป็นเทวดา คุณบอกว่า โอ้วดี สุขสบาย แล้วมันไม่ดีตรงไหน ผมถามว่า คุณจะสะสมกรรมดีเพิ่มได้ไหมในขณะที่เป็นเทวดา สะสมไว้ภายภาคหน้าแบบว่าพอตกจากเทวดาไปแล้ว กรรมดีก็จะได้ให้มาเกิดเป็นเทวดาอีก ไม่ได้ครับ คำตอบสั้นๆอยู่บนสวรรค์ คุณก็จะหลั่นล้ากับนางฟ้าโนบรา หรือเทวดาหน้าตาดียิ่งกว่าหนุ่มดงบัง สวรรค์เป็นที่ๆเราไปรับกรรมดีนะครับ ไม่ใช่ที่ๆเราจะไปสร้างกรรมดี จำไว้ เหมือนกัน ถ้าสมมติคุณไปเกิดเป็นสัตว์นรก ถามว่าคุณจะสะสมกรรมดีให้ขึ้นมาเกิดเป็นเทวดาได้บ้างหรือเปล่า? ก็ไม่ได้อีกน่ะแหละ คุณคงไม่มีเวลาทำอะไรถ้าเป็นสัตว์นรก นอกจากวิ่งมาราธอนสามสิบลี้หนีหมานรกตัวเท่าช้างที่จะมากัด ไม่ใช่แค่กัดแบบไอ้ป๊อกกี้ที่บ้าน แต่กัดกินกรุบๆต่างหาก สนุกไหมล่ะนั่น นรกก็เป็นที่รับกรรมชั่วที่ก่อไว้ ไม่ใช่ที่ๆเอาไว้ให้เราสร้างกรรม

ภพภูมิมนุษย์เท่านั้น ที่มีสิทธิสร้างกรรมดีและชั่วครับ

เลือกได้ ว่าจะทำดีหรือชั่ว

แต่จะทำดีหรือชั่ว กรรมที่ทำก็ยังจะพาเราไปอยู่ในภพภูมิเหล่านั้นอยู่ดี ต่อให้เกิดภพภูมิดี แล้วไงล่ะครับ? กรรมดีจะไม่มีวันหมดหรือ? พอมันหมด กรรมชั่วที่คุณทำไว้นานแสนนาน ไม่รู้กี่ร้อยกี่ชาติที่แล้ว มันก็จะกลับมา ทีนี้ล่ะ จากเทวดาก็อาจจะมาเกิดเป็นเปรตได้ วิฮิ้ว

วนเวียนไปมาไม่มีที่สิ้นสุด ...

กรรมไม่ดีไม่ชั่วเท่านั้น จึงจะทำให้เราหลุดพ้นสังสารวัฏ ไม่ต้องมานั่งแรนด้อมในภพพวกนี้ได้อีก คือไปสู่นิพพานครับ

แต่ว่าวันนี้สิ่งที่ผมจะพูดจบละ ไว้โอกาสดีๆจะมากระซิบบอกให้ว่า ไอ้กรรมไม่ดีไม่ชั่วน่ะทำยังไง

ว่าแต่จบทั้งทีนี่กลัวเหมือนผมบ้างไหมครับ
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้