อยู่กับขวดเหล้า..เลิกได้เลิกจน..หรือไม่จริง..ทำได้ทำไมไม่ทำ
นำเข้าเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2555 โดย ทาสยาดอง
อ่าน [47193]  

อดีตคอเหล้าที่ใช้เวลาทุกเย็นหลังเลิกงาน อยู่กับขวดเหล้า.....

อดีตคอเหล้าที่ใช้เวลาทุกเย็นหลังเลิกงาน อยู่กับขวดเหล้าและเพื่อนฝูง กว่าจะกลับถึงห้องก็เกือบสว่าง ใครเตือนก็ไม่สนใจ เพราะถือว่าเป็นสิทธิของตน หักดิบการดื่มเหล้าจนมีบ้าน มีรถเป็นของตนเอง ซื้อที่ดินได้หลายแปลง เพราะได้แรงบันดาลใจจากโฆษณา “เลิกเหล้าแล้วรวย”
        คุณปิยพงษ์ พลแสน อายุ ๔๕ ปี ชาวจังหวัดอำนาจเจริญ เริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ ๑๘ ปี ประมาณ ม.๕-๖ เริ่มอาศัยดื่มตามงานบุญต่างๆ เช่น งานแต่ง งานบวช ฯลฯ จนกระทั่งเริ่มทำงานที่องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จึงดื่มหนัก ชุดทำงานไม่เคยถอด เลิกงานจะโทรศัพท์นัดเพื่อน เริ่มเดินสายดื่มเหล้าที่โรงเรียน ออกจากโรงเรียนก็ไปที่โรงพัก เพราะมีเพื่อนทั้งที่โรงเรียนและโรงพัก ออกจากโรงพักก็ไปต่อที่คาราโอเกะ ประมาณตี ๔ ถึงจะกลับเข้าบ้าน
        ปัจจุบัน คุณปิยพงษ์ทำงานเป็นพนักงานขับรถโรงพยาบาลมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี แต่งงานแล้วมีลูก ๒ คน ภรรยาเป็นอาจารย์อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี เขาได้เล่าถึงประสบการณ์นักดื่มอันโชกโชน จนเกือบตกงานหลายครั้งให้ฟังว่า สมัยทำงานที่ อ.ส.ค. จะดื่มหนักทุกวันไม่เว้นแม้วันเสาร์-อาทิตย์ จนกระทั่งย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาลมวกเหล็กก็ยังไม่เลิก ตกเย็นจะชวนเพื่อนตั้งวงดื่มเหล้า บางครั้งก็เป็นคนเลี้ยงจนเพื่อนๆ ติด รวมถึงชวนลูกชายไปนั่งเป็นเพื่อนในวงเหล้าด้วย

ดื่มหนักจนเกือบเสียงาน
        หลังเลิกงานคุณปิยพงษ์จะดื่มจนถึงตี ๓ ตี ๔ ตื่นมาทำงานตอนเช้าบางครั้งยังมึนๆ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง แต่ก็สามารถขับรถได้อย่างปลอดภัยไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ
        “เหมือนมีอะไรสิงอยู่ในตัว ทำให้ทำงานได้ทั้งที่ยังมึนๆ อยู่ ถ้าเป็นงานกลางวันจะทำได้ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นตอนกลางคืนจะขับรถไปส่งผู้ป่วยที่โรงพยาบาลจังหวัดไม่ได้
        บางครั้งมีผู้ป่วยเรียกรถพยาบาล ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าไม่มีคนขับ ทำให้ผู้ป่วยไม่พอใจ หากมีคนเสียชีวิตก็จะมาเอาเรื่องและอาจไปร้องเรียนผู้อำนวยการ ว่าทำไมโรงพยาบาลมวกเหล็กทำแบบนี้ ทำให้โรงพยาบาลเสียชื่อ”
        ทั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมวกเหล็ก เคยเตือนคุณปิยพงษ์ให้เลิกดื่มบ่อยมาก จนถึงขั้นเซ็นให้ออกจากงาน แต่ยังถือว่าโชคดีที่กลุ่มหัวหน้าบริหารไม่เซ็นให้ เลยไม่ได้ออก ซึ่งตนก็ไม่เคยสนใจ สุดท้ายจึงกลับมาคิดได้เพราะเห็นถึงความจริงใจของผู้อำนวยการ

จุดเปลี่ยนในการเลิกเหล้า
        คุณปิยพงษ์มีแรงบันดาลใจหลายอย่างที่ทำให้อยากเลิกเหล้า
        อย่างแรก ธรรมะ ซึ่งเคยไปศึกษาธรรมะที่วัดป่าบ้านนากั้ง จังหวัดหนองคาย โดยธรรมะได้ช่วยขัดเกลาเรื่องเลิกเหล้าได้เป็นอย่างมาก
        อย่างที่สอง ลูกอายเพื่อนที่เห็นพ่อเมาและไปร้องเพลงตามงานต่างๆ
        อย่างที่สาม ได้ดูโฆษณา “เลิกเหล้าแล้วรวย” พอดูแล้วทำให้เขาคิดถึงตัวเองว่าแต่ละเดือนดื่มเหล้าจนติดลบ ต้องไปขอเงินทางบ้านมาใช้ ขับรถยนต์เก่าๆ กลับบ้านระหว่างทางก็กลัวรถเสีย ไม่มีเงินซื้อรถใหม่
        อย่างสุดท้าย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมวกเหล็กเป็นห่วง คอยเตือนและชักชวนให้เลิกตลอดมา
        แต่สาเหตุหลักที่คุณปิยพงษ์ตัดสินใจเลิกอย่างเด็ดขาด คืออยากมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง มีรถดีๆ ไว้ขับ จากการที่ดู “โฆษณาเลิกเหล้าแล้วรวย” เพราะแต่ก่อนเงินเดือนมีเท่าไหร่ก็ไปลงขวด ตกวันละ ๕๐๐ บาทเป็นอย่างน้อย เงินเดือน ๘,๐๐๐ บาทไม่พอใช้ บางครั้งก็แอบขโมยเงินของภรรยา ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป คงไม่มีอะไรเป็นของตนเอง จึงตัดสินใจเลิกอย่างเด็ดขาด
         “แต่ก่อนส่งรถไม่ได้ และก็ไม่มีรถขับ มีแต่รถเก่าๆ ถ้าผมเปรียบเทียบ เช่น ท่านปลัดหรือว่าท่านผู้อำนวยการหากยังดื่มเหล้าอยู่ ท่านก็ยังขับรถเก่าๆ อยู่ ไม่มีปัญญาจะซื้อ แต่พอผมหยุด ผมก็มีปัญญาจะซื้อและส่งรถ”
        ปัจจุบันคุณปิยพงษ์สมหวังแล้ว สามารถส่งรถยนต์หมดไป ๑ คัน และกำลังส่งรถตู้ที่ซื้อมาเพื่อขับรับจ้างวันหยุดเป็นรายได้เสริมอีกทางให้ครอบครัว

เลิกเหล้าแล้วรวย ชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
        คุณปิยพงษ์ตัดสินใจเลิกเหล้าอย่างเด็ดขาด ทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก ทั้งหน้าที่การงานและครอบครัว มีคนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจในการทำงาน
        “เพราะเราทำอาชีพขับรถ ถ้ายังดื่มเหล้าอยู่ก็ไม่มีใครเชื่อถือหรือให้ความไว้วางใจ มีความรับผิดชอบงานมากขึ้น ตรงต่อเวลา”
        เวลาพิจารณาเลื่อนขั้น คุณปิยพงษ์จึงได้เลื่อนบ่อย แตกต่างจากตอนดื่มเหล้าเพราะไม่เคยได้เลื่อนเลย ผู้อำนวยการก็ชื่นชมที่เลิกดื่มเหล้าได้
        ครอบครัวก็ดีขึ้น เขาดีใจทุกคน ภรรยามีกำลังใจทำอาจารย์ ๓ แต่ก่อนเงินไม่มีเพราะสามีดื่มเหล้า เงินไม่พอใช้ ก็ต้องไปนำเงินที่บ้านมาใช้ ส่วนลูกๆ ก็ดีขึ้น ทั้งๆ ที่แต่ก่อนลูกจะคบแต่เพื่อนไม่ค่อยดี เพราะเป็นกรรมของเราที่เราทำไม่ดี แต่พอเราทำดี ลูกๆ ก็ดี เขาก็จะไปเข้าวัดกับเรา และขยันเรียนหนังสือ เกรดก็ดีขึ้น
        ด้านสุขภาพก็ดีขึ้นมาก ซึ่งเดิมทีจะเหนื่อยง่าย ท้อแท้ เวลาตื่นขึ้นมาเหล้าจะฆ่าเรา ทุกวันๆ จะเหนื่อย มึน กินข้าวก็ไม่ค่อยได้ น้ำหนักเหลือแค่ ๕๕ กิโลกรัม
        อีกอย่างคือมีรายได้เพิ่มมากขึ้น เหมือนโฆษณาเลิกเหล้าแล้วรวย ที่พอเลิกดื่มเหล้าก็มีเงินเก็บ สามารถซื้อที่ดิน ต่อเติมบ้าน ซื้อรถได้อย่างไม่ลำบาก
        ส่วนเพื่อนร่วมงานก็ให้ความเชื่อถือ ผมไปชักชวนเพื่อนที่โรงพยาบาลให้เลิกเหล้า ได้ผล ๒ คน เขาเลิกขาดได้เหมือนผม ชีวิต หน้าที่การงานการเงิน ก็ดีขึ้นมาก”

ชีวิตที่มีความสุข
        ปัจจุบันคุณปิยพงษ์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีทรัพย์สินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรง ทั้งที่ดิน บ้าน รถ ส่วนหน้าที่การงานและครอบครัวก็มีความสุข และเขาได้ยึดธรรมะเป็นที่พึ่งทางใจ เดือนหนึ่งจะเข้าวัดฟังธรรม เพื่อทำให้จิตใจผ่องใสมากขึ้น
        “แต่ก่อนก็ไม่สนใจธรรมะเลย และไม่อยากจะรู้ด้วยเพราะว่ามันขัดกับชีวิตที่เราดำรงอยู่ อย่างเหล้า ถ้าเราจะไปพูดตามมันก็ผิดศีล เพราะยังไงออกไปเราก็ยังกินอยู่ดี”
         คุณปิยพงษ์ได้ให้แง่คิดสำหรับคนที่ยังเลิกเหล้าไม่ได้ว่า “เขาอาจจะไม่รู้ว่าดื่มเหล้ามันจะให้โทษด้านไหนบ้าง ที่เขาเลิกไม่ได้ เพราะว่าไม่มีสิ่งที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวหรือเป็นแรงบันดาลใจให้เขาได้ เช่น ครอบครัว พ่อแม่ หรือเรื่องธรรมะ ถ้าได้ศึกษาธรรมะ จะทำให้เขาเข้าใจเรื่องนี้ได้มากขึ้น และที่ผมเลิกได้ทุกวันนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมมีครอบครัวที่ดี เจอพระอาจารย์ที่สั่งสอนเรื่องศีลธรรมดี มีพ่อแม่ดี มีเจ้านายดี ผมจึงมีวันนี้”
        วันนี้... ผู้อ่านเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนชีวิตกันหรือยัง
คงไม่ต้องบอกคุณนะ ว่าคุณเปลี่ยน... เพื่อใคร

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้