เตรียมเด็กไทยรับอาเซียน "เน้นพัฒนาภาษาอังกฤษ แต่ภาษาไทยต้องแข็งแรง"
นำเข้าเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2555 โดย pop
อ่าน [47074]  

เตรียมเด็กไทยรับอาเซียน "เน้นพัฒนาภาษาอังกฤษ แต่ภาษาไทยต้องแข็งแรง" .....

เตรียมเด็กไทยรับอาเซียน
สัมภาษณ์พิเศษ : เตรียมเด็กไทยรับอาเซียน "เน้นพัฒนาภาษาอังกฤษ แต่ภาษาไทยต้องแข็งแรง"

                  กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมความพร้อมเด็กไทย ต้อนรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 เน้นเด็กเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้ทันสถานการณ์โลก ขณะเดียวกันต้องไม่ทิ้งภาษาไทย เขียนให้สวย เข้าใจให้ลึกซึ้ง นักศึกษาใกล้จบกลัวถูกแย่งงานจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้ทัดเทียมประเทศในอาเซียน ที่สำคัญ "อย่าทอดทิ้งความเป็นไทย"

                  จุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของเด็กไทยเพื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ใน พ.ศ.2558 ว่า กระทรวงศึกษาฯ ตระหนักถึงความจำเป็นในเรื่องการเตรียมความพร้อม ไม่ใช่เฉพาะเรื่องภาษาอังกฤษที่พยายามรณรงค์ให้เด็กหันมาสนใจภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น แต่เตรียมเรื่องของความตระหนักรู้เกี่ยวกับประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยทำโครงการโรงเรียน Spirit of Asean มี 54 แห่ง เป็นของโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป้าหมายคือ ให้นักเรียนรู้จักเพื่อนบ้านในอาเซียนให้มากขึ้น โดยตั้งเป็นศูนย์อาเซียนศึกษาในโรงเรียน สร้างเครือข่ายไปยังโรงเรียนใกล้เคียงมากกว่า 500 แห่ง เร่งสร้างความตระหนักรู้เรื่องสมาชิกอาเซียนให้มากขึ้น ทำโครงการร่วมกับกระทรวง หรือหน่วยงานภาคเอกชนอื่นๆ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นำไปเผยแพร่ให้แก่โรงเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบอยู่กว่า 3 หมื่นแห่ง

                ส่วนอุดมศึกษามีเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนอยู่แล้ว เรียกว่า AUN มีกิจกรรมต่อเนื่องให้ความรู้กับนิสิตนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย หรือถ้านักศึกษาอยากมีประสบการณ์ในประเทศสมาชิกอาเซียน ก็มีการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน มีการถ่ายโอนหน่วยกิต ขณะนี้อยู่ในขั้นการทดลอง 3 ประเทศ คืออินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ขณะนี้ทดลองนำร่องเรื่องวิชาด้านสังคม วัฒนธรรม การท่องเที่ยว เป็นวิชาที่อาจจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนร่วมประเทศอาเซียนด้วยกันได้

               ส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะเปิดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้แก่เด็กช่าง เรียนรู้ศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับช่างให้มากขึ้น รองรับการไปทำงานในต่างประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยว การโรงแรม ซึ่งเป็นวิชาชีพเฉพาะที่มีความสำคัญมากทั้งในปัจจุบันและอนาคต เมื่อก้าวเข้าสู่สมาคมอาเซียน เรื่องตำแหน่งงาน 32 วิชาชีพ เป็นเรื่องน่าห่วงใย เพราะไทยยังไม่ได้ลงนามในการจัดทำข้อตกลงการยอมรับร่วมกันในสาขาบริการ หรือ MRA (Mutual Recognition Arrangements) ซึ่งจะมีการลงนามในเร็วๆ นี้ นอกเหนือไปจาก 7 วิชาชีพที่ค่อนข้างเป็นวิชาชีพระดับสูง ที่ลงนามไปแล้ว เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ สถาปนิก บัญชี วิศวกรรม นักสำรวจ

               "มีการไปอภิปรายในหลายเวที เขาก็บอกว่า ไทยไม่น่าจะห่วง เพราะการสอบใบประกอบวิชาชีพเปิดให้ผู้ที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย ต้องรู้ภาษาไทย เราอยากให้เด็กของเรามีวิชาชีพอยู่ในประเทศ แต่ต้องไม่ลืมว่าเดี๋ยวนี้หลายประเทศ เช่น จีน เวียดนาม หันมาสนใจเรียนภาษาไทย ขณะนี้เด็กจีนชนะประกวดเขียนภาษาไทย เขียนไทยได้สวยกว่าเด็กไทยอีก วันนี้เด็กไทยยังไม่แข็งแรงเรื่องภาษาไทยเลย แล้วจะไปแข่งสู้กับประเทศอื่นได้อย่างไร"

               รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการพูดถึงประเด็นพื้นฐานความรู้ภาษาไทยของเด็กไทยว่า เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่พยายามปลูกฝังให้เด็กไทยมีการสอบคัดลายมือ ไม่ใช่เขียนเป็นตัวถั่วงอกเหมือนทุกวันนี้ ขณะนี้มีการแข่งขันในระดับเขตพื้นที่มากขึ้น ภาษาไทยต้องเข้มแข็งขึ้น ต้องสอนเรื่องอักขระวิธี ภาษาไทย ผสมคำ มีหลักการสอนให้ง่ายขึ้น ต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย เพื่อรณรงค์เรื่องภาษา ทั้งความเข้มแข็งในภาษาไทย และภาษาอังกฤษด้วย เพราะโซเชียลเน็ตเวิร์กมีอิทธิพลต่อการสื่อสารมาก ต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ถ้าเด็กไทยไม่ทันสมัย ก้าวไม่ทันเทคโนโลยี ก็จะตามอาเซียนไม่ทัน

              "ต้องกระตุ้นให้เด็กไทยมีความกล้าเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะเด็กมักจะอายที่จะพูดกับฝรั่ง การฝึกให้มีความกล้าทางภาษาเริ่มต้นไม่ยาก ขอให้กล้าที่จะพูด ซึ่งโรงเรียนต้องเป็นผู้นำ กระทรวงศึกษาธิการพยายามหาทุนให้คุณครูไปเรียนภาษาอังกฤษมากขึ้น อย่างเช่นประเทศนิวซีแลนด์ให้ทุนครูไทยไปเรียนปริญญาโท จำนวน 4 ทุน ขณะเดียวกัน สพฐ.ก็มีทุนในลักษณะเหมือนให้ไปฝังตัวอยู่ที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ หรือจะไประยะใกล้ เช่น สิงคโปร์ อย่างน้อยไปฝึกความกล้าของครู เพื่อเป็นตัวอย่างให้เด็ก เขาได้มีความกล้าทางด้านภาษามากขึ้น วันนี้ความตื่นตัวต่อการเรียนภาษาอังกฤษนั้น โรงเรียนต่างๆ ก็แข็งขันมากขึ้น"

              มีผลงานวิจัยของต่างประเทศ ระบุว่า ในวัยเด็ก ถ้าเด็กได้รับการฝึกให้เรียนภาษาหลายภาษาในเวลาเดียวกัน เขาจะได้เปรียบ ไม่ว่าจะเป็นภาษาต่างประเทศ หรือควบคู่กันไป จะเห็นได้ว่า ขณะนี้โรงเรียน Spirit of Asean หลายแห่งเปิดสอนหลายภาษาพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ แต่เขาสอนภาษาเพื่อนบ้านอาเซียน เช่น ภาษากัมพูชา ภาษาจีน ภาษาพม่า อย่างโรงเรียนประสาทวิทยาคาร จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนศูนย์กลางการศึกษาอาเซียน EDUCATION HUB สังกัด สพฐ. เขาเปิดห้องเรียน 3 ภาษา มีภาษาอังกฤษ จีน กัมพูชา โดยมีครูเจ้าของภาษามาสอน เด็กก็เรียนพร้อมกัน ไม่มีปัญหา เด็กพูดได้ทั้ง 3 ภาษา สิ่งที่เด็กไทยรุ่นใหม่ต้องปรับตัวแล้ว ไม่ใช่อยู่ในวังวนเดิมๆ ถ้าเขาไม่ขยันขันแข็ง ก็จะตามคนอื่นไม่ทันจริงๆ

               รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวถึงความกังวลของนักศึกษาที่กำลังจะจบว่า นักศึกษากังวลว่าจะไม่มีงานทำ กลัวถูกประเทศเพื่อนบ้านแย่งงาน ก็ได้บอกนักศึกษาไปว่า ถ้าไม่พัฒนาตัวเอง ก็จะถูกแย่งงานแน่นอน ฉะนั้น อย่าหยุดนิ่ง ต้องขวนขวายเรียนรู้ ความรู้มีอยู่ทั่วทุกแห่ง ต้องรู้จักสร้างสรรค์สังคมแห่งการเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะคิดหยิบจับอะไร ต้องคิดว่าอันนี้ได้ประโยชน์ ได้ความรู้ไหม แล้วก็พัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่เฉพาะทักษะภาษา แต่ยังต้องพัฒนาทักษะฝีมือ องค์ความรู้ ถ้าเราชำนาญเรื่องใด ก็ต้องเก่งเรื่องนั้น ไม่งั้นจะถูกแย่งงาน ขณะเดียวกัน ก็อยากให้รักษาความเป็นไทยไว้ด้วย

              "จุดเด่นความเป็นไทยที่สำคัญ คือการรู้จักดูแลเอาใจใส่ มีน้ำใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุภาพ ทุกวันนี้เด็กไทยเปลี่ยนไป บางคนอาจจะมีความเคารพนบนอบผู้ใหญ่น้อยลง ทำอย่างไรถึงจะหล่อหลอมเด็กไทยให้เป็นพลเมืองอาเซียนที่ดีมีคุณภาพ คำว่า "คุณภาพ" ไม่ใช่แต่ทักษะฝีมือ แต่หมายถึงการเป็นพลเมืองที่ดีในสังคม มีน้ำจิตน้ำใจกับเพื่อนร่วมชาติ รวมทั้งเพื่อนร่วมภูมิภาค และเพื่อนร่วมโลก เราต้องให้พลเมืองอาเซียนชาติอื่นๆ ชื่นชมในความเป็นไทยของเราด้วย"
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้