พบ “มะเร็ง” คร่าชีวิตคนไทยปีละกว่า 5 หมื่นราย
นำเข้าเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2555 โดย Chula Sributta
อ่าน [46987]  

พบ “มะเร็ง” คร่าชีวิตคนไทยปีละกว่า 5 หมื่นราย .....

พบ “มะเร็ง” คร่าชีวิตคนไทยปีละกว่า 5 หมื่นราย   เร่งระดมสมองผ่านเวทีประชุมวิชาการ รณรงค์วิธีการป้องกัน-รักษา ดึงนักวิชาการมาเลเซียเข้าร่วม หวังผลักดันวัคซีนป้องกันเอชพวี หลังพบมะเร็งปากมดลูกยังน่าห่วง 
       
       วันนี้(14 มี.ค.) นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการโรคมะเร็งแห่งชาติ ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ในหัวข้อเรื่อง “ประสานงานวิจัยสู่การดูแลควบคุมโรคมะเร็งที่พอเพียง”(Bridging cancer research to optimized cancer care and control) ว่า ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ขณะนี้โรคมะเร็งกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรงเป็นสาเหตุให้คนทั่วโลกเสียชีวิตปีละ7.6  ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี คาดการณ์ว่าพ.ศ.2573ผู้เสียชีวิตจากโรคนี้จะเพิ่มเป็น 17ล้านคน ซึ่ง 2ใน 3ของผู้ป่วยอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา สำหรับประเทศไทย โรคมะเร็งก็เป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของประเทศติดต่อกันมาตั้งแต่พ.ศ.2543 และมีแนวโน้มอัตราการเกิดเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดพ.ศ.2553 พบผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้ารักษาในโรงพยาบาล 269,204 คน ผู้เสียชีวิต 58,076 คน โดยเป็นมะเร็งตับ-ท่อน้ำดีมากที่สุด รองลงมาคือมะเร็งหลอดคอ-หลอดลมใหญ่และปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และคาดว่าอีก 3 ปีไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 133,767 คน และมีผู้เสียชีวิต 84,662 คน
       
       นายวิทยา กล่าวด้วยว่า  จะมุ่งเน้นการป้องกันเป็นหลัก เพราะร้อยละ 40 ของผู้ป่วยสามารถรักษาให้หายได้ถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่เบื้องต้นที่รู้ตัวว่าป่วย ไม่ให้มะเร็งลุกลามวิธีดำเนินการมี 2วิธีคือ การป้องกันไม่ให้ป่วย และมีระบบการคัดกรองผู้ป่วยแนะนำผู้ที่มีอายุ 30ปีขึ้นไปควรตรวจสุขภาพค้นหาความผิดปกติอย่างน้อยปีละ 1ครั้งเพื่อให้รู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และนำไปสู่การรักษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เร่งรณรงค์นโยบายลดหวานมัน เค็ม ลดอ้วน ลดโรค เพิ่มผักผลไม้ เพิ่มการออกกำลังกาย และลดละเลิกอบายมุข และ 5ทำ5 ไม่ห่างไกลมะเร็ง ได้แก่ ออกกำลังกายเป็นนิจ ทำจิตแจ่มใส กินผักผลไม้ อาหารหลากหลาย ตรวจร่างกายเป็นประจำไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเซ็กส์มั่ว ไม่มัวเมาสุรา ไม่ตากแดดจ้าและไม่กินปลาน้ำจืดดิบ โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)เป็นแกนหลักดำเนินการร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)
       
       รมว.สธ.กล่าวว่า  การประชุมวิชาการโรคมะเร็งแห่งชาติ ครั้งที่ 11 นี้ หัวข้อหลักเน้นเรื่องการประมวลข้อมูลการวิจัย ระบาดวิทยาผลกระทบต่ออุบัติการณ์ของโรคมะเร็งต่างๆอาทิ โรคอ้วน การติดเชื้อไวรัสเอชพีวีกับมะเร็งปากมดลูก การสูบบุหรี่ การติดเชื้อในกระเพาะอาหารและทางเดินน้ำดี ภัยจากแร่ใยหินที่พบในบ้านทั่วไป นวัตกรรมล่าสุดในการค้นหาความเสี่ยงทางพันธุกรรม การป้องกันโรคด้วยวัคซีน รวมไปถึงการดูแลรักษาทางการแพทย์ ที่สามารถนำมาใช้งานได้จริงในผู้ป่วยมะเร็ง การดูแลผู้ป่วยด้วยวิทยาการต่างๆทั้งภูมิปัญญาตะวันตก และตะวันออก ทางด้านอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งหรือสมุนไพร นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษสำหรับประชาชนในหัวข้อเรื่อง “สารก่อมะเร็งในบ้าน มหันตภัยใกล้ตัว : แร่ใยหิน พลาสติกรังสีกับเครื่องใช้ในบ้าน”                 
       
       ด้าน นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า ในการประชุมวิชาการโรคมะเร็งแห่งชาติ ครั้งที่ 11 นี้ จะมีการเชิญนักวิชาการจากมาเลเซีย เพื่อมาบรรยายข้อดีของการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี (HPV) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกด้วย เนื่องจากมาเลเซียเป็นประเทศที่มีการบริการฉัดวัคซีนแก่ประชาชนแล้ว ซึ่งซื้อได้ในราคาประมาณ  5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 150 บาทต่อโดส  ขณะที่ไทยยังซื้อในราคา 3 โดส 6,000 บาท แต่มาเลเซียนั้นยังไม่มีการคัดกรองที่ดีพอเหมือนไทย เนื่องจากเป็นสังคมมุสลิมประชากรจึงเข้าถึงการคัดกรองยาก จำเป็นจะต้องสนับสนุนเรื่องวัคซีนให้ดีที่สุด  ขณะที่การตรวจคัดกรองของไทยมีประสิทธิ-ภาพสูงถึง 80 % ทำให้ขณะนี้มีอัตราป่วยมะเร็งปากมดลูกลดลงมาเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งเต้านม คือมีอัตราป่วย แค่ 18 คนต่อแสนประชากรเท่านั้น ซึ่งถือว่าการคเร่งรณรงค์ให้คัดกรองได้ผลดีเยี่ยม แต่หากมีวัคซีนมาบริการด้วยก็จะยิ่งดีขึ้น    วึ่งหากการผลักดันเป็นผลสำเร็จจะเสนอให้เริ่มบริการในเด็กอายุตั้งแต่ 13 ปี แต่ขณะนี้ต้องพยายามเสนอให้ภาครัฐเห็นความสำคัญและเสนอให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)มีการ เจรจากับบริษัทยาเพื่อจะได้ซื้อวัคซีนในราคาถูก
 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้