แชท "ซิมซิมิ" ทำสังคมเสื่อม
นำเข้าเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2555 โดย Chula
อ่าน [46989]  

แชท "ซิมซิมิ" ทำสังคมเสื่อม .....

วธ.จวกโปรแกรมแชท "ซิมซิมิ" ทำสังคมเสื่อม เกิดช่องว่างในครอบครัว ประสานไอซีทีโร่แจ้งเจ้าของระบบเกาหลีหาทางสกัดแล้ว...

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงโปรแกรมแชทออนไลน์ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือซิมซิมิ (Simsimi) ที่กำลังเป็นที่นิยมว่า เบื้องต้นได้ประสานกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และมีการแจ้งไปยังเจ้าของระบบที่ประเทศเกาหลี เพื่อหาหนทางคัดกรองคำที่ไม่เหมาะสมในระบบ เพราะในโปรแกรมมีการเชื่อมโยงคำและจดจำคำศัพท์ต่างๆ บางคำต้องยอมรับว่าเป็นคำที่ไม่สุภาพจริงๆ เห็นได้จากการใส่ชื่อของบุคคลต่างๆ ทั้งนักการเมือง ศิลปินดารา ลงไป จากนั้นระบบก็จะตอบกลับมาเป็นคำที่ไม่สุภาพ และผู้เล่นก็นำมาเป็นคำสนุกบอกต่อกันไป

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า การคัดกรองก็ไม่เหมือนอินเทอร์เน็ตซึ่งเราสามารถตรวจสอบ และปิดบล็อกเว็บไซต์ได้ แต่โปรแกรมดังกล่าวถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะใส่ข้อความในการสนทนาต่างๆ ลงไป และมีการตอบกลับโดยอัตโนมัติ

"ส่วนตัวมองว่าการเล่นโปรแกรมดังกล่าว สะท้อนให้เห็นปัญหาของสังคมที่น่าเป็นห่วงอย่างรุนแรงว่า คนเราทุกวันนี้ แทนที่จะคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง แต่กลับมาคุยกับตนเอง ซึ่งคนปกติจะไม่เป็นแบบนี้ ที่สำคัญการที่เด็กและเยาวชน ทดลองใช้โปรแกรมลักษณะนี้ สื่อให้เห็นว่า ความใกล้ชิดในครอบครัว หรือความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ ลดลง เกิดช่องว่างมาก จึงหันมาใช้โปรแกรมนี้เพื่อคลายเหงา คุยกับตนเอง เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาควรจะต้องมีความร่วมมือกันทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาสังคมใหม่ในสังคมไทย บางคนอาจจะมองว่าทำไมเราต้องมาควบคุมดูแล แต่หากเราไม่เร่งแก้ไข จะนำไปสู่ปัญหาสังคมที่หนักขึ้นในอนาคต การที่ออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะ วธ.มีหน้าที่เฝ้าระวังเรื่องที่คิดว่าจะทำให้เกิดวัฒนธรรมเบี่ยงเบน ประกอบกับมีการร้องเรียนมา จึงอยากเตือนสติและสะกิดให้สังคมเห็นว่า มีบางเรื่องไม่เหมาะสม อยากให้เล่นอย่างระมัดระวัง อย่าหลงไปกับกระแสที่ผิดๆ มากเกินไป" รมว.วัฒนธรรม กล่าว

นางสุกุมล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันคนที่ใช้ไอโฟนมีจำนวนมากขึ้น และเมื่อมีโปรแกรมเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น คนก็จะใช้เพิ่มมากขึ้นด้วย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หากเด็กที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ หรือเด็กที่เห็นพ่อแม่พี่น้องเล่น และนำคำที่ไม่ดีมาใช้กับคนในครอบครัว หรือไปพูดต่อกับเพื่อนและผู้อื่นก็จะส่งผลเสียต่อตัวเด็ก รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย และผู้อื่นอาจมองว่าการศึกษาไม่สามารถพัฒนาให้เด็กสมัยใหม่แยกแยะคำพูดที่ถูกที่ควรกับคำหยาบคายได้ และคำพูดอย่างไหนเป็นคำพูดที่เด็กควรจะนำมาใช้ ซึ่งประเทศไทยจะต้องเร่งศึกษาโปรแกรมดังกล่าวและจัดระบบคัดกรองให้ได้ และต้องมีหน่วยงานที่จะเข้ามาดูแลแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ทั้งกระทรวงไอซีที และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่วนการที่จะยกเลิก หรือบล็อกโปรแกรมดังกล่าวนั้น คิดว่าโปรแกรมดังกล่าวสร้างขึ้นเพื่อความสนุกเท่านั้น แต่หากเป็นสิ่งที่ไม่สร้างสรรค์ต่อสังคม ก็จะต้องมีการดูแลอย่างเข้มงวด.

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้