ตัน ภาสกรนที น้ำท่วม นิคมอุตสาหกรรม โรจนะ พระนครศรีอยุธยา หัวใจทองคำ
นำเข้าเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2554 โดย Chula Sributta
อ่าน [47036]  

ตัน ภาสกรนที ชายผู้มีจิตสาธารณะที่ทุกคนยกย่องว่า .....

มีโอกาสได้พูดคุยกับคนคุ้นเคย ตัน ภาสกรนที ชายผู้มีจิตสาธารณะที่ทุกคนยกย่องว่า มีหัวใจทองคำ!!

“พรุ่งนี้ผมไปแจกของช่วยเหลือที่จ.ลพบุรี ยังต้องทำงานใช้หนี้สังคมทุกวัน...” ตันบอกน้ำเสียงเปี่ยมพลังเช่นทุกครั้งที่พูดคุยตอบคำถามที่ว่า ใช้ความคิดแบบไหนที่ทำให้เดินหน้าช่วยเหลือคนอื่นต่อราวกับไม่เกิดอะไรขึ้น ทั้งๆที่เมื่อวานโรงงานผลิตอิชิตันมูลค่าหมื่นล้านโดนน้ำซัดจนเสียหายมากมาย

“มีคนถามผมเยอะ ถามตลอดว่าครั้งนี้ผมโดนหนักไหม ผมตอบว่าเยอะแต่ไม่หนัก เพราะว่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่มีอะไรเลย เทียบกับชาวบ้านตาดำๆ โรงงานที่เขาทำงานอยู่ก็ท่วมพังแล้ว บ้านตัวเองก็ท่วมพังแล้ว เงินก็ไม่มีแล้ว อย่างที่ผมไปเจอเงิน ที่นอน แม้กระทั่งบัตรประชาชนก็ยังไม่เหลือ แต่อย่างน้อยผมยังมีทุนมากกว่านั้น ผมยังมีบ้าน มีครอบครัว มีร้านอาหาร ที่สำคัญผมยังมีกำลังใจเยอะมาก เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว เราก็ยังดีกว่าเยอะ โรงงานมันท่วมไปแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ เพราะอีกไม่นานน้ำก็ลง เวลานี้ผมอยากให้ทุกคนร่วมใจกัน”

ตันบอกว่า หลังจากลงพื้นที่ สิ่งที่เขาได้เห็นนั้นมันหนักหนามากกว่าที่เห็นในข่าว

“อย่างวันที่ผมเดินทางออกมาจากโรงงานของผม 14 กม. ด้วยความยากลำบากนั้น สิ่งที่ผมเจอก็คือทุกๆโรงงานมีแต่น้ำที่ท่วมแล้วก็ท่วมมากกว่า ทุกบ้าน ทุกคน ทุกจังหวัดก็เป็นอย่างนี้ แล้วมันก็มากกว่าในข่าว ถ้างานนี้คนไทยทั้งประเทศไม่ลุกขึ้นมา ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ท่วมไม่ท่วม จังหวัดไหน ขอให้คุณยังมีแรงหรือยังสามารถช่วยตัวเองและช่วยคนอื่นได้ เพราะว่ามันจะอยู่ไม่ไหวแล้ว มันหนักหนา อย่างผมคิดว่าแค่เสียหาย น้ำลงเราก็ซ่อม หาเงินแล้วก็ทำเปิดใหม่ แต่บางคนหมดไปเลย บางโรงงานเจ๊ง บ้านหมดไปหลายคนก็ไม่มีเงินซ่อม เรามีทุนที่จะทำ ไม่ต้องห่วงผม เพราะยังมีคนอื่นที่เดือดร้อนกว่ามากมาย ผมอยากจะบอกว่าทุกคนอย่าดูดาย อย่าอ่อนแอ เพราะไม่เกิดประโยชน์ วันนี้ต้องไม่มีรัฐบาล ไม่มีฝ่ายค้าน ไม่มีทีวีช่องไหนเป็นช่องไหน สื่อไหนเป็นสื่อไหน จังหวัดไหนเป็นจังหวัดไหน ถ้าคุณลงมาช่วยไม่ได้ด้วยติดอะไร อยู่ปากซอยก็สามารถช่วยได้ด้วยการขายของถูกๆให้เขากินฟรี ไม่ใช่ว่าหากินแต่ตัวเอง ทำตรงนี้ก่อนแล้วค่อยมาว่ากันเมื่อน้ำลง”

ถามว่าคืนที่ตัดสินใจนอนที่โรงงานร่วมกับลูกน้องนั้นร่างกายหลับสนิทไหม ...?

“หลับๆตื่นๆ มันจะไปหลับสบายอะไร เพราะเราไปนอนหลับบนพื้น อยู่บ้านก็มีเตียงนุ่มๆ มีแอร์เย็นๆ แต่นี่นอนกับพื้นในมุ้ง เราไม่ชินแปลกที่แล้วก็ไม่มีหมอนด้วย แต่ก็ผมคนเดียวอยู่เป็นเพื่อนกับลูกน้องแล้วก็ออกมาพร้อมกัน ผมว่าเราควรจะให้กำลังใจ เราควรแสดงหน้าที่ของกัปตันให้สุดท้าย” นี่เป็นความรู้สึกทางร่างกาย แต่ทว่าข้างในจิตใจ ตันบอกว่า มันจบไปแล้ว เสียหายไปแล้ว ฟูมฟายก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เราต้องอยู่เพื่อพรุ่งนี้

“หลังจากเกิดเหตุการณ์ สิ่งที่มันทำให้ผมคิดว่าเราได้บทเรียนอะไรจากครั้งนี้ ซึ่งทุกๆครั้งที่มีภัยพิบัติจะเล็กหรือใหญ่ จริงๆแล้วมันคือการเรียนรู้รอบใหม่หมด ธรรมชาติมันก็ปรับตัว เราก็ต้องปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ เราโดนก่อน ถึงแม้จะหนักหนา แต่ถ้ามองมุมมองอีกมุมหนึ่งเราโชคดีที่เราได้เรียนรู้ก่อนได้ปรับตัวก่อน ถ้าเราไม่โดนวันนี้ อีก 5 ปี 10 ปีมันก็มาอีกเราก็เจ๊งได้ แต่ถามว่าอีก 5 ปีข้างหน้า น้ำเข้ามาอีก บ้านหลังใหม่ที่ผมจะปลูกจะต้องสูงกว่าเดิมแน่นอน โรงงานที่ผมจะทำใหม่ พื้นต้องสูง 2.80 เมตร เป็นชั้นที่ 1 ซึ่งเท่ากับน้ำที่ท่วมผมครั้งนี้ มันเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า ผมโดนก่อนก็เรียนรู้ก่อน”

ตันบอกว่า หลายคนสงสัยเรื่องมูลค่าความเสียหายเป็นเงินเท่าไหร่ ตอบได้ว่าไม่รู้ น้ำลดแล้วมาคิดกันดีกว่า เพราะตอนนี้มันยังมีอะไรในสังคมที่รอให้ทำอีกเยอะมาก ไม่ใช่แค่ผม สังคมยังรอความช่วยเหลืออีกมากมาย โดยเฉพาะกำลังใจ

“โรงงานผมก็ทำประกันเอาไว้ แต่ยังไม่รู้ว่ามันคัพเวอร์อะไรบ้าง เพราะเรากำลังก่อสร้าง ยังไม่รู้รายละเอียด ยังสับสน เพราะว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน ผู้รับเหมาคือใคร หลังจากน้ำท่วมเราก็ต้องมาดูกันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่คือความเสียหายของสังคม”

หลังจากนี้ นักธุรกิจที่ทำงานเพื่อสังคมบอกว่า วางแผนจะเดินหน้าช่วยเหลือต่อไป ยังไม่ท้อไม่หยุด

“วันนี้ผมยังมีแรง มีทุนต่อ แล้วที่สำคัญผมมีกำลังใจและได้จากคนอื่นมากมาย พวกเรายังมีอะไรให้ทำอีก วันนี้ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ จะรอให้ใครมาทำ รอแต่รัฐบาล รอแต่สื่อ รอแต่ช่องนี้ๆ ไม่ได้ ทุกๆ คน ไม่ว่าคุณจะท่วมหรือเปล่า แต่ถ้าคุณมีแรงต้องออกมาช่วยกัน ถ้าไม่ออกมาช่วยกันทำพร้อมกันตอนนี้และหลังจากน้ำลง ให้มันกลับมามีชีวิตปกติได้ดังเดิม วันนี้ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่ผมได้เห็นความเดือดร้อน ถ้าไม่ร่วมมือกันสังคมมันไม่ไหวแล้ว ดังนั้นต้องออกมาช่วยกันทำ ช่วยกันและให้กำลังใจจนกว่าทุกๆอย่างจะกลับคืนเข้าสู่สภาวะปกติ”

สุดท้าย ตันกล่าวถึงน้ำตาลูกผู้ชายในครั้งนี้ว่า เกิดขึ้นจากวินาทีที่มันเกิดปัญหา ผมวิ่งเข้าไปแล้วพอบอกว่าโรงงานไม่ไหวแล้วท่วมแล้ว ผมรู้สึกว่าเราต้องอยู่กลับเขา ไม่ใช่เข้ามาแล้วเห็นกำแพงที่กั้นน้ำแตกแล้วก็กลับไป เราควรอยู่กับเขาและกลับออกไป นอน 1 คืน คนถามว่าได้อะไร มันไม่ได้อะไรนอกจากได้หัวใจพวกเขา ได้นอนพื้นโรงงานเดียวกับที่พวกเขานอนเฝ้า ได้เรียนรู้ได้เห็นเลยว่าก่อนเข้า และหลังเข้า น้ำมันขึ้นเร็วมาก

“ผมไม่ค่อยร้องไห้ ผมอยากอยู่ ผมทำงานเต็มที่แล้ว อยู่กับสิ่งที่มันลงทุน และไม่อยากให้ทุกๆคนคิดมาก เพราะว่าแทนที่จะให้กำลังใจ มีกำลังใจเอาไว้ช่วยกัน เพราะวันนี้ผู้ประสบภัยอีกมากมายยังต้องการกำลังใจ ไม่ใช่มาทำให้คนอื่นมาให้กำลังใจผม จะว่าไปแล้วผมยังจำไม่ได้เลยว่าผมร้องไห้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”

ผู้ชายหัวใจทองคำผู้นี้ ยังฝากทิ้งท้ายสื่อสารไปยังทุกๆคนด้วยว่า ตอนนี้ถึงแม้น้ำจะไม่ท่วมเรา แต่ความเดือดร้อนก็มาถึงตัวเรา ตอนนี้ถนนขาดเดินทางไม่ได้แล้ว คนไม่มีของกินแล้ว มีการปล้นแล้ว น้ำมันแข่งกัน แย่งกัน

“มีทางเดียวที่ทำให้วิกฤตินี้ผ่านไปก็คือ น้ำใจ ความรัก ทุกๆคนแสดงออกมาพร้อมๆกันแล้วให้มันผ่านไปได้ แล้วทุกๆคนก็เริ่มต้นกันใหม่ เราจะให้กำลังใจและช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนกว่าน้ำจะลง จนกว่าจะคืนสภาพสู่ปกติ นี่คือความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตพวกเราก็ว่าได้ แต่ถ้าร่วมมือร่วมใจกันฝ่าฟันมันจะผ่านไป” ปลายเสียงเขาเข้มแข็ง เข้มแข็งราวกับว่าต้องการเป็นตัวอย่างเป็นกำลังใจให้กับทุกคน


ตัน ภาสกรนที น้ำท่วม นิคมอุตสาหกรรม โรจนะ พระนครศรีอยุธยา หัวใจทองคำ

 

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้