การพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดโรงเรียนเทศบาล 7 เทศบาลนครอุดรธานี
นำเข้าเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2554 โดย ปิยฉัตร โรจนกุศล
อ่าน [49892]  

........

 

การพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดโรงเรียนเทศบาล  7  เทศบาลนครอุดรธานี

อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี

 

ปิยฉัตร  โรจนกุศล*   อาจารย์เจริญศรี  พงษ์สิงห์**

 

บทคัดย่อ

                  งานบริการห้องสมุดเป็นงานที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาโรงเรียน  เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้ใช้รู้จักคิดเป็น  ใช้เป็น  และแก้ปัญหาเป็น  ด้วยการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง  ห้องสมุดจึงเป็นศูนย์กลางการศึกษาของครูและนักเรียน  จึงต้องมีระบบในการปฏิบัติงานห้องสมุดที่มีประสิทธิภาพ  แต่ผู้รับผิดชอบยังไม่มีขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานที่มีความถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  ตรวจสอบได้  การศึกษาครั้งนี้  มีความมุ่งหมาย  เพื่อพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดโรงเรียนเทศบาล  7  เทศบาลนครอุดรธานี  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  ให้มีความถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  ตรวจสอบได้  และผู้รับบริการมีความพึงพอใจใน  6  ด้าน  ประกอบด้วย  การยืม  การคืน  การบันทึกสถิติ  การสืบค้น  บริการแนะนำการใช้ห้องสมุด  และบริการแนะแนวการอ่าน  โดยใช้วิจัยปฏิบัติการ  ดำเนินการพัฒนา  2  รอบ  ประกอบด้วยการวางแผน  การปฏิบัติ  การสังเกต  และการสะท้อนผล  กลุ่มผู้ศึกษาค้นคว้าและผู้ให้ข้อมูล  จำนวน  5  คน  กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม  จำนวน  124  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  ประกอบด้วย  แบบบันทึก  แบบสัมภาษณ์  แบบประเมินระบบ  และแบบสอบถาม  กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนา  ประกอบด้วย  การสนทนากลุ่ม  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการนิเทศแบบสอนแนะ  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  การตรวจสอบข้อมูลยึดหลักการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า  และนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าโดยวิธีพรรณนา 

                   ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า  การพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุด  ในวงรอบที่  1  โดยใช้กลยุทธ์การสนทนากลุ่ม  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการนิเทศแบบสอนแนะ  ทำให้ทราบสภาพที่เป็นจริง  จุดแข็ง  จุดอ่อน  ได้ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานห้องสมุด  ที่มีความถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  และตรวจสอบได้  ซึ่งผลการประเมินโดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก  และจัดทำคู่มือการดำเนินงานห้องสมุด  ผู้รับผิดชอบงานบริการห้องสมุดสามารถปฏิบัติงานบริการห้องสมุดได้ตามขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานห้องสมุดได้อย่างถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  ตรวจสอบได้  และผู้รับบริการมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก  แต่ยังมีผู้รับผิดชอบงานบริการห้องสมุดเป็นส่วนน้อยที่ยังไม่สามารถนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ  การยืม  การคืน  การบันทึกสถิติ  และการสืบค้นไปใช้ได้อย่างถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  ตรวจสอบได้  เพราะขาดทักษะในการใช้งานคอมพิวเตอร์  จึงดำเนินการพัฒนาในวงรอบที่  2  โดยใช้กลยุทธ์การนิเทศแบบสอนแนะ  ทำให้ผู้รับผิดชอบงานบริการห้องสมุดดังกล่าวสามารถปฏิบัติงานตามขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ 

                   โดยสรุป  การพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดโรงเรียนเทศบาล  7  เทศบาลนครอุดรธานี  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  โดยใช้กลยุทธ์การสนทนากลุ่ม  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการนิเทศแบบสอนแนะ  ทำให้โรงเรียนมีระบบงานบริการห้องสมุดของโรงเรียนเทศบาล  7  เทศบาลนครอุดรธานี  มีความถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  ตรวจสอบได้  และผู้รับบริการมีความพึงพอใจ  บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

คำสำคัญ         ระบบ  งานบริการห้องสมุด

บทนำ

                   ระบบเป็นองค์ประกอบที่ทำงานอย่างประสานสัมพันธ์เพื่อบรรลุเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งเป็นกระบวนการและวิธีการการที่เกี่ยวข้องกับการจัดกระทำกับปัจจัยนำเข้า  (Input)  เพื่อให้ได้ผลผลิต  (Output)  ตามต้องการซึ่งในระบบหนึ่งๆ  นอกจากตัวมันเองจะเป็นระบบย่อย  (Subsystems)  ของระบบอื่นๆที่อยู่เหนือตัวของมัน  (Main  Systems)  แล้วยังมีระบบย่อยที่อยู่ภายใต้ตัวของมันอีกด้วย  ดังนั้นในการศึกษาระบบหนึ่งๆจะต้องศึกษาว่าระบบนั้นประกอบด้วยระบบย่อยอะไรบ้าง  เพื่อจะได้ศึกษาและวิเคราะห์ระบบย่อยเหล่านั้น  เพราะในหน่วยระบบหนึ่งโดยตัวของมันเองไม่สามารถอธิบายตัวมันเองได้สมบูรณ์  ซึ่งองค์ประกอบของระบบจะประกอบด้วยปัจจัยนำเข้า  กระบวนการ  ผลงานหรือผลผลิต  ในทุกส่วนจะต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน  ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งมีปัญหา  ส่วนอื่นๆ  มีปัญหาตามไปด้วย  ซึ่งระบบจะมีทั้งระบบเชิงซ้อนและระบบธรรมดา  ซึ่งระบบเชิงซ้อนจะมีในขั้นตอนปฏิบัติงานหลายขั้นตอนและแต่ละขั้นตอนจะมีขั้นตอนย่อยๆอีกหลายขั้นตอนที่จะนำมาซึ่งการบรรลุเป้าหมายในขั้นตอนหลักๆเหล่านั้น  จนบรรลุเป้าหมายสุดท้ายของระบบงาน  เช่นระบบมหาวิทยาลัย  ระบบโรงพยาบาล  ระบบโรงเรียน  (โกวัฒน์  เทศบุตร.    2552  :  1)  สถานศึกษาจัดเป็นองค์กรขนาดใหญ่  ที่มีระบบงานภายใต้การควบคุมดูแลหลายระบบ  อาทิระบบสารสนเทศ  ระบบงานประชาสัมพันธ์  ระบบงานวิชาการ  ระบบการบริหารงานบุคคล  และระบบงานห้องสมุด  เป็นต้น  ซึ่งประสิทธิภาพของแต่ละระบบนั้นจำเป็นต้องอาศัยการทำงานผสานสอดคล้องกันของทุกส่วนในโครงสร้างของระบบ  หากส่วนหนึ่งส่วนใดเสียหายแล้ว  ย่อมส่งผลต่อระบบทั้งระบบ 

                  ห้องสมุดโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของระบบโรงเรียนและเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาทั้งระบบที่มีการจัดการประสบการณ์ทั้งมวลให้แก่เด็กตามหลักสูตรสมัยใหม่  คือ  มุ่งให้นักเรียนรู้จักหาวิธีเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง  ด้วยการค้นคว้าแสวงหาความรู้  เพื่อนำไปสู่การคิดเป็น  ทำเป็น  และ  แก้ปัญหาอันเป็นหลักการและเป้าหมายของหลักสูตรที่สร้างขึ้นมาจากการปรับสภาพให้เข้ากับเป็นไปของสังคมที่เปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากอิทธิพลของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เข้ามาผลกระทบต่อภาวะของสังคมในปัจจุบัน  (เฉลียว  พันธุ์สีดา.    2532  :  14)  นอกจากนี้ตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาที่กำหนดให้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญต่อการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นอีกด้วย  จะเห็นว่าห้องสมุด  จัดเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่มีอยู่ในทุกสถานศึกษาห้องสมุดเป็นศูนย์รวมสรรพวิทยาการทั้งมวลไว้  จนมีคำกล่าวว่า  ห้องสมุดดุจคลังแห่งปัญญา  หากต้องการมีความรู้ก็สามารถไปศึกษาค้นคว้าในห้องสมุดได้ดังกุหลาบ  ปั้นลายนาค  (2537  :  1-2)  ได้ให้ความมุ่งหมายของห้องสมุดโรงเรียนไว้ดังนี้  เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนตามหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพ  สามารถสนองความต้องการของครู  นักเรียน  และชุมชนได้  เพื่อช่วยนักเรียนและครู  เลือกหนังสือและวัสดุอื่น    ให้ตรงกับความต้องการโดยสอดคล้องกับหลักสูตร  เพื่อให้นักเรียนสามารถหาความรู้ในเรื่องราวต่าง    อย่างกว้างขวาง  เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนเพิ่มพูนความสนใจและรู้จักแสวงหาความรู้  วิทยาการใหม่    อาจสรุปได้ว่า  สถานศึกษาใดมีห้องสมุดที่สมบูรณ์ด้วยการบริการ  หนังสือต่างๆ  ที่มีคุณค่า  ทันยุคทันสมัย  นักเรียนก็ย่อมได้เปรียบในการศึกษาหาความรู้  ตรงกันข้ามกับสถานศึกษาที่มีห้องสมุดเสมือนห้องเก็บหนังสือเก่าๆ  ไม่ได้รับการปรับปรุงปล่อยให้ทรุดโทรมอยู่ชั่วนาตาปี  นักเรียนก็ย่อมยากลำบากในการค้นคว้าหาความรู้  ไม่อยากเข้าห้องสมุด  และอาจกลายเป็นผู้ไม่สนใจใฝ่รู้  ไม่รักการอ่านในที่สุด

                  ห้องสมุดโรงเรียนมีส่วนสำคัญในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้ใช้ได้รู้จักคิดเป็น  ใช้เป็น  และแก้ปัญหาเป็น  ด้วยการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง  ห้องสมุดจึงเป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้าของครูและนักเรียนจากทรัพยากรสารสนเทศต่างๆในรูปของวัสดุตีพิมพ์  บรรณารักษ์และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงมีบทบาทสำคัญที่จะจูงใจให้ผู้ใช้ได้เข้ามาใช้บริการในห้องสมุดดังแม้นมาส  ชวลิต  (2541  :  6  -  30)  ได้กล่าวถึงการดำเนินงานห้องสมุดประกอบด้วย  1)  งานบริหารงานห้องสมุดด้วยการกำหนดนโยบาย  มีบุคลากรที่ดี  พัสดุครุภัณฑ์  การเงินและธุรการรองรับ  2)  งานเทคนิค  งานคัดเลือก  การจัดหา  การจัดหมวดหมู่และทำบัตรรายการ  งานเตรียมวัสดุก่อนให้บริการ  งานบำรุงรักษาทรัพยากร  3)  งานด้านอาคารสถานที่  4)  งานด้านการประชาสัมพันธ์  5)  งานบริการ  ซึ่งเป็นงานบริการเป็นงานที่ติดต่อกับผู้ใช้บริการโดยตรงเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เป็นสำคัญ  โดยคำนึงถึงความรวดเร็ว  เรียบร้อย  ถูกต้อง  ซึ่งเป็นหัวใจของห้องสมุด  และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ครูและนักเรียนมาใช้บริการมากขึ้น  ซึ่งงานบริการประกอบด้วยการจัดหนังสือขั้นชั้นตามหมวดหมู่  การทำการยืม    คืนหนังสือ  บริการหนังสือจอง  บริการแนะแนวการอ่าน  บริการแนะนำการใช้ห้องสมุด  บริการจัดทำคู่มือช่วยค้นคว้า  บริการยืมระหว่างห้องสมุด  จัดนิทรรศการ  จัดเก็บสถิติผู้ยืมและผู้ใช้บริการห้องสมุด  การปรับผู้ที่ยืมหนังสือเกินกำหนด  การบริการตอบคำถาม  การบริการชุมชน  ซึ่งการดำเนินการให้บริการดังกล่าวยังปลูกฝังให้นักเรียนเป็นผู้มีนิสัยรักการอ่านและช่วยให้ประชากรสามารถคงสภาพเรียนรู้ตลอดชีวิตได้  ไม่บรรลุประสิทธิภาพที่ต้องการได้  ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการบริการยังไม่สะดวก  รวดเร็ว  ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานการบริการห้องสมุดยังไม่ชัดเจน

                  โรงเรียนเทศบาล  7  เทศบาลนครอุดรธานี  เป็นโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ก่อตั้งเมื่อปีพุทธศักราช  2521  ปัจจุบันมีนักเรียน  1,150  คน  มีครู  54  คน  เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแค่ระดับอนุบาลถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่6  มีอาคารเรียน  จำนวน  5  หลัง  มีห้องสมุดจำนวน  1  ห้อง  มีครูที่ทำหน้าที่บรรณารักษ์  1  คน  อายุงาน  1  ปี  และเมื่อสำรวจระบบงานห้องสมุดโรงเรียนเทศบาล  7  เทศบาลนครอุดรธานี  จากการศึกษาปัญหางานห้องสมุดโรงเรียน  พบว่า  1)  งานบริหารห้องสมุด  เจ้าหน้าที่จำนวน  1  คนไม่เพียงพอต่อการจัดการห้องสมุด  ขาดความรู้ความเข้าใจในระบบงานห้องสมุด  เพราะครูบรรณารักษ์ไม่ได้จบบรรณารักษ์เพียงแต่เป็นครูสอนคณิตสาสตร์มาปฏิบัติหน้าที่แทน  จำนวนวัสดุตีพิมพ์มีไม่หลากหลาย  2)  งานเทคนิค  การจัดทำสื่อ  การจัดหาสื่อต่าง    เนื่องจากเป็นห้องสมุดขนาดเล็กไม่ค่อยมีหนังสือ  การจัดทำทะเบียนสื่อและจัดหมวดหมู่  และการบำรุงรักษาทรัพยากร  3)  งานด้านอาคารสถานที่  อาคารสถานที่มีความคับแคบเพราะต้องแบ่งพื้นที่ครึ่งหนึ่งเป็นห้องปฏิบัติการฟิตเนส  บรรยากาศร้อน  อบอ้าวไม่เหมาะสมต่อการศึกษาค้นคว้าของนักเรียนงานบริการ  จำนวนโต๊ะ  เก้าอี้มีไม่เพียงพอกับการให้บริการ  4)  งานด้านการประชาสัมพันธ์  ห้องสมุดไม่ได้มีการแจ้งข่าวสารในกิจกรรมที่ห้องสมุดได้จัดขึ้น  เช่นกิจกรรมสัปดาห์ห้องสมุด  หนังสือใหม่  เป็นต้น  5)  งานด้านบริการ  การบริการยืมและคืน  มีการให้บริการโดยใช้นักเรียนชุมนุมห้องสมุดใช้ระบบมือด้วยการจดบันทึกลงในสมุดตามแบบฟอร์มที่กำหนด  บางครั้งสมุดบันทึกหาไม่พบจะบันทึกใส่ที่อื่นก่อน  เกิดการสูญหายและฉีกขาดได้ง่าย  ซึ่งเกิดปัญหามีความสับสน  ไม่มีระเบียบ  สืบค้นยาก  เกิดความไม่สะดวกทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการซึ่งทำให้ข้อมูลการให้บริการยืมสื่อและคืนสื่อ  เป็นข้อมูลที่ไม่ตรง  ไม่ถูกต้อง  และจำนวนผู้มาใช้บริการลดลงเพราะการให้บริการมีความล่าช้า  ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการแนะนำการอ่าน  บริการสืบค้นหนังสือ  เพราะมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ  ให้ข้อมูลไม่ได้  และไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ  เช่น  การบริการสืบค้นข้อมูล  ดัง  บีเชอร์  (Beecher.    2004  :  738-A)  ได้เสนอเครื่องมือการสืบค้นในห้องสมุดพบว่าเครื่องมือในการสืบค้นที่มีอยู่  ไม่ได้ให้ความสะดวกให้กับการสืบค้น  อันเนื่องมาจากข้อบกพร่องในด้านการจัดการ  ทำให้ผู้ใช้บริการเกิดความคับข้องใจและทำให้การสืบค้นไม่ได้ผลและควรมีการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะทำให้ผู้สนใจค้นคว้าข้อมูลมีเวลาน้อย  เปลี่ยนไปใช้วิธีการสืบค้นแบบอื่น 

                  จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น  ผู้ศึกษาค้นคว้าในฐานะเป็นกรรมการห้องสมุด  ตระหนักว่างานห้องสมุดมีปัญหาที่รุนแรงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานบริการ  หากปล่อยให้ผู้เกี่ยวข้องกับห้องสมุดดำเนินงานไปตามทิศทางเดิม  คงส่งผลต่อสติปัญญาของนักเรียนอันเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ  ผู้ศึกษาค้นคว้าจึงต้องการพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดโรงเรียนเทศบาล  7  เทศบาลนครอุดรธานี  ในด้านการบริการ  ในงาน  6  ด้าน  คือ  การยืม  การคืน  การบันทึกสถิติ  การสืบค้น  บริการแนะนำการใช้ห้องสมุด  และบริการแนะแนวการอ่าน  เพื่อให้นักเรียนได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า

                  เพื่อพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดโรงเรียนเทศบาล  7  เทศบาลนครอุดรธานี  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  ให้มีประสิทธิภาพ

วิธีการศึกษาค้นคว้า

                  การศึกษาครั้งนี้  มีความมุ่งหมาย  เพื่อพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดโรงเรียนเทศบาล  7  เทศบาลนครอุดรธานี  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  ให้มีความถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  ตรวจสอบได้  และผู้รับบริการมีความพึงพอใจใน  6  ด้าน  ประกอบด้วย  การยืม  การคืน  การบันทึกสถิติ  การสืบค้น  บริการแนะนำการใช้ห้องสมุด  และบริการแนะแนวการอ่าน  โดยใช้วิจัยปฏิบัติการ  ดำเนินการพัฒนา  2  รอบ  ประกอบด้วย  การวางแผน  (Planning)  การปฏิบัติ  (Action)  การสังเกต  (Observation)  และการสะท้อนผล  (Reflection)  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  ประกอบด้วย  แบบบันทึก  แบบสัมภาษณ์  แบบประเมินระบบ  และแบบสอบถาม  กลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนา  ประกอบด้วย  การสนทนากลุ่ม  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการนิเทศแบบสอนแนะ  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย  ค่าเฉลี่ย  (Mean)  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (Standard  Deviation)  การตรวจสอบข้อมูลยึดหลักการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า  และนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าโดยวิธีพรรณนา 

ผลการศึกษาค้นคว้า

                   การพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดโรงเรียนเทศบาล  7  เทศบาลนครอุดรธานี  อำเภอเมือง  จังหวัดอุดรธานี  โดยใช้กลยุทธ์การสนทนากลุ่ม  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการนิเทศแบบสอนแนะ 

ผู้ศึกษาค้นคว้าสรุปผลการดำเนินการพัฒนา  2  วงรอบ  ดังนี้ 

                         การดำเนินการพัฒนาในวงรอบที่  1

                                1.  การยืม  พบว่า  การพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดโดยใช้กลยุทธ์การสนทนากลุ่ม  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการนิเทศแบบสอนแนะ  เพื่อทราบสภาพเป็นจริง  จุดแข็ง  จุดอ่อน  และให้ได้ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานด้านการยืม  และคู่มือดำเนินงานที่มีความถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  และตรวจสอบได้  ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบ  พบว่า  ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก  (   =  2.58)  เมื่อนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานไปใช้  พบว่ากลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าจำนวน  5  คน  สามารถนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  ตรวจสอบได้  และผู้รับบริการมีความพึงพอใจในระดับมาก  ( =  2.62)  เมื่อทำการตรวจสอบระบบไม่พบจุดอ่อนที่ต้องแก้ไขในขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานใด  แต่มีกรรมการห้องสมุดจำนวน  1  คน  ไม่สามารถนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะขาดทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์จึงไม่สามารถทำการตรวจสอบทบทวนระบบได้  ควรพัฒนาในวงรอบต่อไป

                                2.  การคืน  พบว่า  การพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดใช้กลยุทธ์การสนทนากลุ่ม  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการนิเทศแบบสอนแนะ  เพื่อทราบสภาพเป็นจริง  จุดแข็ง  จุดอ่อน  และให้ได้ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานด้านการคืน  และคู่มือดำเนินงานที่มีความถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  และตรวจสอบได้  ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบ  พบว่า  ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก  ( =  2.50)  เมื่อนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานไปใช้  พบว่ากลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าจำนวน  5  คน  สามารถนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  ตรวจสอบได้  และผู้รับบริการมีความพึงพอใจในระดับมาก  ( =  2.59)  เมื่อทำการตรวจสอบระบบไม่พบจุดอ่อนที่ต้องแก้ไขในขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานใด  แต่มีกรรมการห้องสมุดจำนวน  1  คน  ไม่สามารถนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะขาดทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์จึงไม่สามารถทำการตรวจสอบทบทวนระบบได้  ควรพัฒนาในวงรอบต่อไป 

                                3.  การบันทึกสถิติ  พบว่า  การพัฒนาระบบงานบริการห้องสมุดใช้กลยุทธ์การสนทนากลุ่ม  การประชุมเชิงปฏิบัติการ  และการนิเทศแบบสอนแนะ  เพื่อทราบสภาพเป็นจริง  จุดแข็ง  จุดอ่อน  และให้ได้ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานด้านการบันทึกสถิติ  และคู่มือดำเนินงานที่มีความถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  และตรวจสอบได้  ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบ  พบว่า  ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก  ( =  2.50)  เมื่อนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานไปใช้  พบว่ากลุ่มผู้ร่วมศึกษาค้นคว้าจำนวน  5  คน  สามารถนำขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง  รวดเร็ว  เป็นปัจจุบัน  ตรวจสอบได้  และผู้รับบริการมีความพึงพอใจในร

 download เอกสารในรูปแบบ pdf

 

 
กำลังแสดงหน้าที่ 1 จากทั้งหมด 0 หน้า [หน้าถัดไปคือหน้าที่ 2] 1
 

 
เงื่อนไขแสดงความคิดเห็น
1. ทุกท่านมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่กล่าวพาดพิง และไม่สร้างความแตกแยก
2. ผู้ดูแลระบบขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใด ๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
3. ความคิดเห็นเหล่านี้ ไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมาย และไม่เกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้นกับคณะผู้จัดทำเว็บไซต์

ชื่อ :

อีเมล์ :

ความคิดเห็นของคุณ :
                                  

              * ใส่รหัสจากภาพที่เห็นลงในช่องด้านล่าง และใส่คำตอบจากคำถาม เพื่อยืนยันการส่งความเห็น
  และสำลีสีอะไร
    

          ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการแสดงความคิดเห็นโดยสาธารณชน ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าชื่อผู้เขียนที่้เห็นคือชื่อจริง และข้อความที่เห็นเป็นความจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ boyoty999@google.com  เพื่อให้ผู้ดูแลระบบทราบและทำการลบข้อความนั้นออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้